คล็อปป์ กุนซือเลือดด๊อยท์ชของ ลิเวอร์พูล เผยตนยังไม่รู้ว่าอาการบาดเจ็บ

หลังนักเตะได้รับบาดเจ็บในช่วงท้ายเกมที่ชนะ ไบรท์ตัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา พร้อมระบุคงต้องรอคอยผลการสแกน ถึงจะสรุปได้ว่า “เฮนโด้” ต้องพักหรือไม่

เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เผยตอนนี้ยังไม่รู้ว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม มีอาการบาดเจ็บรุนแรงมากแค่ไหน ในแมตช์ที่บุกชนะ ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน 3-1 ที่สนามเอเม็กซ์ สเตเดี้ยม เมื่อวันพุธที่ 8 กรกฎาคม ที่ผ่านมา “เฮนโด้” goldinter.net ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นในแมตช์นี้ โดยซัดประตูสุดสวยให้ทีมขึ้นนำ 2-0 ในช่วงครึ่งแรก จากการยิงไกลบริเวณกรอบเขตโทษ อย่างไรก็ตามในช่วงท้ายครึ่งหลัง มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษปะทะกับ อีฟส์ บิสซูม่า ทำให้ คล็อปป์ จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวออก โดยส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงมาแทน จากรายงานหลังจบเกมระบุว่า เฮนเดอร์สัน ได้ถูกนำตัวเข้ารับการสแกนอาการบาดเจ็บไปแล้วเพื่อทำการประเมินความเสียหาย โดย คล็อปป์

เผยว่าตอนนี้ตนยังไม่รู้ว่านักเตะมีอาการบาดเจ็บรุนแรงมากแค่ไหน”ผมไม่รู้ (อาการบาดเจ็บรุนแรงแค่ไหน) ผมไม่รู้จริงๆ ผมมองไม่เห็นเหตุการณ์ในสนาม

แต่ผมรู้ว่ามันอาจจะไม่มีอะไรมากก็ได้ ก็แค่นั้นแหละ แต่เราคงต้องรอ (ผลการสแกน) ผมไม่สามารถพูดอะไรไปได้มากกว่านี้” ส่วนในกรณีที่มีการถามว่า เฮนเดอร์สัน ต้องใช้ไม้ค้ำยันในขณะที่กำลังเดินออกจากสนามนั้น

นายใหญ่ชาวเยอรมัน ให้ความเห็นว่า”ผมไม่รู้จริงๆ ผมต้องมานั่งแถลงข่าวกับสื่อหลังจากที่เกมจบทันที ดังนั้นผมคงไม่รู้หรอกว่าเขาออกจากห้องแต่งตัวในสภาพแบบไหน” เจอร์เกน คล็อปป์ กลายเป็นกุนซือคนแรกในรอบ 30 ปีที่สามารถนำพาสโมสรลิเวอร์พูลสู่ความสำเร็จในฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ หลังจากที่ลิเวอร์พูลสามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2019-20 มาครอง vxbet365 หนึ่งในจุดเด่นของ เจอร์เกน คล็อปป์ คือบทสัมภาษณ์และคำพูดของกุนซือชาวเยอรมัน ที่หลายครั้งเน้นไปที่การสร้างขวัญกำลังใจให้กับทั้งนักเตะในทีมและแฟนบอลตลอดช่วงเวลาเกือบ 5 ปีที่ผ่านมาที่เขาก้าวเข้ามาคุมทีม เจอร์เกน คล็อปป์ กุนซือชาวเยอรมัน ได้จรดปากกาเซ็นสัญญาคุมทีมลิเวอร์พูลออกไปถึงปี 2024 อย่างเป็นทางการ

สำหรับกุนซือชาวเยอรมันก้าวเข้ามาคุมทีมลิเวอร์พูลตั้งแต่ปี 2015 โดยประสบความสำเร็จสูงสุดด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปสมัยที่ 6 ได้สำเร็จ รวมถึงพาทีมคว้ารองแชมป์พรีเมียร์ลีก ขณะที่ฤดูกาลนี้พวกเขาอยู่ในตำแหน่งหัวตาราง นำห่างอันดับที่ 2 อยู่ถึง 8 แต้ม และมีโอกาสคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1980